วันเด็กไร้สัญชาติ ครั้งที่ 8 2553

             คำกล่าวตอนหนึ่งของดร.ชูพินิจ  เกษมณี อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในงานสัมมนาและถอดบทเรียนการจัดงานวันเด็กไร้สัญชาติเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมาว่า “การจัดงานวันเด็กไร้สัญชาติที่ผ่านมาทุกๆ ปี ได้ส่งผลให้เกิดชุมชนปฏิบัติการ ที่ประกอบด้วย NGO -ข้าราชการและชุมชนร่วมกันทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาคนไร้สัญชาติ….” ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ข่าวการจัดงานวันเด็กไร้สัญชาติ ได้เผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะได้ส่งผลสะเทือนต่อการรับรู้ของคนในสังคมได้รับรู้และเข้าใจปัญหาของคนไร้สัญชาติมากขึ้น และเกิดความพยายามในการแสวงหาความร่วมมือจากหลายฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาตั้งแต่ในระดับชุมชน NGOs หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ตลอดไปจนถึงการแก้ปัญหาในระดับนโยบาย ประเด็นปัญหาเด็ก และชุมชนไร้สัญชาติ  ได้รับการแก้ไข มีแนวทางออกที่ดี เช่น การศึกษา หลักประกันสุขภาพ การจดทะเบียนการเกิด  การขอลงรายการสัญชาติไทยตามมาตรา 23 แห่ง พรบ.สัญชาติ(ฉบับที่ ๔) ๒๕๕๑ การสำรวจบุคคลผู้ที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2548

 

 

 

             มูลนิธิกองทุนไทย เป็นหนึ่งในองค์กรที่ทำงานสนับสนุนการจัดงานวันเด็กไร้สัญชาติผ่านศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน และเครือข่ายเยาวชนชาวเขาสัมพันธ์ในด้านการสนับสนุนทุนการดำเนินโครงการและระดมทุนมาสนับสนุนการจัดงานและประชาสัมพันธ์ มาอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน

 

 

ทะเบียนราษฎรเคลื่อที่ เก็บข้อมูล ณ บ้านแม่เหลอ

           

          ในปีนี้กิจกรรมจัดขึ้นวันที่ 9-13 มกราคม 2553 ณ บ้านแม่แพะ ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีเครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านผู้ไร้สัญชาติและพันธมิตรมาร่วมงานเป็น จำนวนมากรวมถึงคนไร้สัญชาตินับพันชีวิตจากหมู่บ้านต่างๆ ใน ตำบลเสาหิน เช่น บ้านแม่แพะ บ้านเสล่าเชียงตอง บ้านแม่เจ บ้านแม่เหลอ บ้านเสาหิน บ้านนาป่าแป๋ บ้านโพซอ บ้านมอโกจ่อ และชุมชนที่กระจายอยู่ไม่น้อยกว่า 50 ชุมชน มาร่วมงาน โดยมีนายสุทธชัย  ตรีศีลสัตย์ ปลัดอำเภอหัวหน้าสำนักงานทะเบียนราษำร อำเภอแม่สะเรียงเป็นประธานเปิดงาน ปัญหาสำคัญของคนบ้านแม่แพะและใกล้เคียงในแถบนี้ ที่กระทบต่อความมั่นคงในชีวิตคือ การทำให้ไม่ได้รับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น ด้านการศึกษา ด้านสุขภาพอนามัย โอกาสในการประกอบอาชีพ การเดินทางฯลฯ เนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่ทางราชการเข้าไม่ถึงหมู่บ้าน และชาวบ้านก็เข้าไม่ถึงทางราชการ ในหน้าฝนหมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอกแทบจะโดยสิ้นเชิง

          

 

           

   
 พิธีเปิดงาน  

           

 

                  ทุกๆปีที่ไปร่วมงานจะมีน้องๆ ที่ไร้สัญชาติจากชื่อหมู่บ้านในตำบลเสาหิน ตามชื่อที่กล่าวมาข้างต้นเข้าร่วมงาน และเพิ่งประจักษ์กับตัวเองเมื่อต้องเดินทางมาร่วมงานวันเด็กในปีนี้ที่บ้านแม่แพะ ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลเสาหิน ที่อยู่บนภูเขาสูงที่ห่างไกล และทุรกันดาร ถนนเข้าไม่ถึงหมู่บ้านและ ชาวบ้านไม่ค่อยได้ออกสู่โลกภายนอก ใช้วิถีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย แบบดั่งเดิม การเดินทางเข้าหมุ่บ้านค่อนข้างลำบากรถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่าน่าจะเหมาะสมกับการเดินทางพื้นที่นี้ ถนนดินสีแดงที่นำเราไปสู่หมู่บ้านระยะทาง 87 กิโลเมตรถึงบ้านแม่แพะนั้นใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง และต้องข้ามลำห้วยสายเดียวที่ไหลพับไปวนมากว่าสี่สิบครั้ง

 

 

มอบเกียรติบัตรแก่อาสาสมัคร                    มอบทุนการศึกษา ทุนละ 2000 บาท

            หมู่บ้านแม่แพะในภาษาปะกาเกอญอเรียกว่า "เรฮีถ่า" เป็นชุมชนกระเหรี่ยงสกอร์ ที่มีครัวเรือนอาศัยอยู่ 47 หลังคาเรือนประชากร รวม 251 คน  ชาวบ้านมีอาชีพทำนา ทำไร่ มีไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ใช้ยามค่ำคืน มีน้ำใช้จากปะปาจากภูเขาและมีสถานีอนามัยให้บริการแก่ชาวบ้านยามเจ็บป่วย อากาศในเดือนมกราคมตอนกลางคืนนั้นหนาวจัดอุณหภูมิ ต่ำลงไปถึง 2-3 องศาและกลางวันอากาศค่อนข้างร้อนจัด

 

  

 เกมส์สำหรับเด็กและผู้ใหญ่  

         

   

 

 

               การจัดงานกิจกรรมก่อนงานวันเด็กฯ ระหว่างวันที่ 9-11 มกราคมเป็นการจัดค่ายอาสาสร่วมขจัดปัญหาเด็กไร้รัฐที่มีคุณเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการวิสามัญศึกษาปัญหาการไร้สถานะ กล่าวเปิดงานและวิทยากรประกอบด้วย คุณสิทธิชัย ตรีศลีศัตย์ ปลัดอำเภอหัวหน้าสำนักงานทะเบียนราษฏร์ อำเภอแม่สะเรียง และคุณสุรพงษ์ กองจันทึก รองประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติและผู้พลัดถิ่น สภาทนายความมาอบรมให้ความรู้แก่นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยพายัพ เชียงใหม่และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติที่เข้าร่วมกิจกรรมและลงพื้นที่สำรวจ ข้อมูลคน ประวัติชุมชน ทำแผนที่ และโครงสร้างของเครือญาติ ผู้ไร้สัญชาติ ตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อมอบให้กับสำนักทะเบียนอำเภอแม่สะเรียงเพื่อดำเนินการต่อไป

 

 

 

 

เวทีเสวนา " ปัญหาและทางออกเพื่อคุ้มครอง สิทธิเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติในท้องถิ่นกันดาร"

 

 

                 กิจกรรมวันเด็กฯ ในวันที่ 12 ที่เริ่มต้นด้วย เวทีสาธารณะ “ปัญหาและทางออกเพื่อคุ้มครองสิทธิเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติในท้องถิ่นทุรกันดาร” ที่มีคุณสุรพงษ์ กองจันทึก กรรมธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการไร้สถานะ วุฒิสภา คุณดรุณี  เทพเฉลิม ผอ.สำนักสวัสดิภาพและสิทธิเด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการและผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ฯลฯ โดยมีคนไร้สัญชาติเข้าร่วมเป็นจำนวนมากร่วมฟังและแลกเปลี่ยนโดยมีล่ามทำช่วยแปลเป็นภาษาไทยและปะกาเกอญอ  พร้อมกันนี้มีชาวบ้านอูนุที่เดินเท้ามาร่วม 6 ชั่วโมงได้ร่วมแลกเปลี่ยนสภาพปัญหา ความเป็นอยู่ของคนไร้สัญชาติของบ้านอูนุ ที่มี 23 หลังคาเรือน และมีเพียง 2 คนที่มีสัญชาติไทย

 

 

 

การแสดงของเด็กๆ บนเวที

            

 

                กิจกรรมในช่วงเย็นและกลางคืนวันที่ 12 มกราคม เป็นการแสดงของเด็กนักเรียนจากหมู่บ้านต่างๆ ที่กระตือรือร้นรอคอยเวลาที่จะแสดงบนเวที ทั้งการแสดงประจำเผ่าปะกาเกอญอและการแสดงที่ทันสมัยอื่น งานนี้อาจจะเป็นงานใหญ่ในรอบปีที่เด็กๆ เลยทีเดียว โดยมีศิลปินชนเผ่าชื่อดัง ในหมู่ชนเผ่า คือ ตือโพ และคือพอมาร่วมบรรเลงเพลงภาษาปะกาเกอญอให้ฟังตลอดงาน

 

 

 ตือโพ ตือโพและคือพอ

 

 

 

 

             กิจกรรมวันที่ 13 วันสุดท้ายของงานเป็นการแสดงบนเวทีของเด็กไร้สัญชาติและบู๊ธขององค์กรเครือ ข่าย เช่น ชมรมหัวรถไฟ ของมหาวิทยาลัยพายัพ สภาทนายความ ผอ.สำนักสวัสดิภาพและสิทธิเด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการและผู้สูงอายุ (สท.) มูลนิธิCCF ที่มารวมออกบู๊ธ ให้คำปรึกษา เล่นเกมส์ อย่างสนุกสนาน

 

          

 
 บู๊ธต่างๆภายในงาน  

           

ดูภาพทั้งหมดที่http://picasaweb.google.co.th/fhangnoi/8thStatelessChildrenDay#